หยุด! ‘ตากข้าวบนถนน’ เสี่ยงอุบัติเหตุ-โทษหนักคุก 3 ปี

By November 12, 2019

ช่วงนี้ถือเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ‘ข้าว’ ของเกษตรกรในต่างจังหวัด ‘การตากข้าวบนถนน’ ทั้งเส้นทางในหมู่บ้านและถนนสายหลัก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุทางถนน

ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊ก ‘เบนซ์ไฟไซเรน ปลีกส่ง’ ได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ เสียหลักตกข้างทางสภาพพังยับเยิน เนื่องจากเหยียบข้าวเปลือกที่ตากบนถนน พร้อมกับตั้งคำถามว่า เมื่อมีเหตุแบบนี้เกิดขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?

อีกกรณีคือ นักเรียน ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ขับรถจักรยานยนต์ไปชนกองข้าวเปลือกที่ชาวบ้านนำมาตากบนถนนลาดยาง ทำให้หนึ่งในนั้น ‘เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ’ ส่วนอีกคนบาดเจ็บสาหัส

ล่าสุดก็ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะหักหลบกองข้าวเปลือกที่ตากบนถนนชน 3 คันรวด มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย บนถนนสายบ้านพลจลก-สระวารี หมู่ที่ 8 ตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งการตากข้าวบนถนนเช่นนี้ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ระบุว่า เป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องระวังอย่างมาก ควรหลีกเลี่ยง เพราะนำไปสู่การชนหรือไถลลื่นตกข้างทางได้

“เส้นทางที่ปริมาณรถไม่มาก ถนนโล่ง ผู้ใช้รถใช้ถนนจะขับด้วยความเร็ว ประกอบกับไม่มีป้ายหรืออุปกรณ์แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้รถที่วิ่งมาแม้จะใช้ความเร็วไม่มาก เช่น 60 กม./ชม. แต่เมื่อมองเห็นว่ามีข้าวเปลือกตากอยู่บนพื้นถนน กว่าจะเหยียบเบรกและรถหยุดได้ ก็ต้องใช้เวลาตัดสินใจ 2 วินาที หรือเท่ากับระยะทาง 32 เมตร (ความเร็ว 60 กม./ชม. รถเคลื่อนตัวได้ 16.6 เมตร/วินาที) ทำให้หยุดรถไม่ทัน”

ในกรณีรถหยุดรถไม่ทัน ต้องหักหลบหรือเหยียบบนข้าวเปลือก หรือบางกรณีมีผ้ายางปูรอง ก็เสี่ยงที่จะทำให้รถลื่นไถลหรือพลิกคว่ำ เพราะพื้นขาดแรงเสียดทาน และผ้าใบก็อาจจะม้วนไปอยู่ใต้ท้องรถ ทำให้อาจพลิกคว่ำได้ ยิ่งถ้ามีวัตถุอันตรายข้างทาง เช่น ต้นไม้ หรือถนนมีความลาดชันมากก็จะรุนแรงมากขึ้น หรือถ้ามีรถสวนมา แต่ถนนเหลือ 1 ช่องทางก็เสี่ยงที่รถชนเฉี่ยวชนได้”

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฤดูเกี่ยวข้าวจะเริ่มเข้าฤดูหนาว จะมีหมอกในช่วงเช้าซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการนำข้าวเปลือกมาตากบนถนน จะส่งผลต่อระยะการมองเห็นจนทำให้หยุดรถหรือหักหลบไม่ทัน

โทษหนักทั้งแพ่ง-อาญา จำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท

สำนักกฎหมาย กรมทางหลวงชนบท โดยนายเอกพงศ์ สุรพันธ์พิชิต หัวหน้างานบริการวิชาการด้านกฎหมาย ได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายกรณีผู้นำข้าวเปลือกมากองบนถนนเพื่อตากแดด และทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ประสบอุบัติเหตุ จะมี ‘ความผิดทางอาญา’ โดยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง มีโทษตามมาตรา 148 ระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ,พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 19 มีโทษตามมาตรา 57 ระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง มีโทษตามมาตรา 72 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่การกระทำครั้งเดียวกันนั้น เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 กำหนดหลักการไว้ให้ลงโทษตามกฎหมายที่มีอัตราโทษสูงสุด จึงต้องลงโทษตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 โดยมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง แขวน วาง หรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะ หรือในลักษณะที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางหลวงหรือความไม่สะดวกแก่งานทาง เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการทางหลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวงจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดก็ได้” ซึ่งตามกฎหมายข้อนี้คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม้กฎหมายจะกำหนดให้สามารถขออนุญาตได้ แต่การเอาของวางกองบนถนนในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยในการสัญจรของส่วนรวม จึงเป็นกรณีที่ไม่อาจอนุญาตได้ “กรมทางหลวงชนบท” จึงย้ำเตือนไปยังเกษตรกรทุกคน ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อป้องกันความสูญเสียตามที่เป็นข่าว

Last modified on Tuesday, 12 November 2019 14:30