จิตกรอาชีพ ... เก่งอย่างเดียวไม่พอ!

 “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ศิลปินแห่งชาติ ในวัย 64 ปี ใช้ชีวิตบั้นปลายส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก

แม้จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ มากมาย แต่เขายังคงแบ่งปันเวลาช่วยพัฒนาวงการศิลปะในบ้านเรา หวังที่จะฟูมฟักจิตรกรน้อย ๆ ให้เติบใหญ่เป็นจิตรกรอาชีพ ไม่เพียงแค่มีฝีมือ แต่ยังต้องมีความสามารถรอบด้าน เพื่อสร้างสรรค์งานที่ดีและขายงานของตัวเองให้ได้

..............   

ในยุค 4.0 หลายคนมองว่า โลกของจิตรกรรมอาจจะหมุนเปลี่ยนตามโลกไม่ทัน และศักยภาพของจิตรกรอาจจะถูกบดบังด้วยพลังของเทคโนโลยี

ทว่า อ.เฉลิมชัย ไม่คิดเช่นนั้น กลับมองว่า เทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างให้พัฒนาการของวงการจิตรกรรมเดินหน้ามากขึ้นไปอีก

เห็นได้ว่า จิตรกรรุ่นใหม่มีความสามารถมากขึ้น ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพเขียนออกมาด้วยมุมมองที่น่าสนใจ สืบเนื่องมาจากพวกเขาได้ผสมผสานจินตนาการ เข้ากับองค์ความรู้ที่ได้จากโลกอินเตอร์เน็ต

การเข้าถึงโลกออนไลน์ ถือเป็น “คลัง” ข้อมูล ช่วยเปิดโลกทัศน์ ไม่ว่าจะเข้าไปดูงานศิลปะของศิลปินระดับโลก ค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือต่าง ๆ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือเข้าดูผลงานในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในต่างประเทศ ตรงกันข้ามกับศิลปินรุ่นเขา ที่ต้องศึกษาค้นคว้าจาก “หนังสือ” ในรูปแบบของ “กระดาษ” ซึ่งค่อนข้างจะมีอย่างจำกัด

 

เก่งอย่างเดียวไม่พอ!

อ.เฉลิมชัย บอกว่า ฝีมืออย่างเดียวไม่พอสำหรับยุคนี้ หากใครอยากเป็นจิตรกรอาชีพ มีรายได้เพื่อดำรงชีพ อาจารย์แนะนำว่า จำเป็นต้องพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการจัดการ การตลาด การสื่อสาร การเข้าสังคม การแสดงการศิลปะ หรือการสร้างเครือข่าย

ที่ผ่านมา มีจิตรกรที่มีฝีมือจำนวนมากมาย ผลิตงานดี ๆ ออกมา แต่ไม่สามารถขายงานได้ เนื่องจากพวกเขามีอารมณ์ศิลปินเป็นที่ตั้ง การสื่อสารไม่เก่ง ไม่สามารถพูดโน้มน้าวผู้สนใจให้ซื้อได้ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพมากนัก

อ.เฉลิมชัย ยกตัวอย่างชีวิตของเขาให้ฟังว่า ตัวเขาเองมีเป้าหมายชัดเจนคือ ต้องการเป็นศิลปินอาชีพให้ได้ หลังจากจบจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็มุ่งจะเป็นจิตรกรอาชีพอย่างเต็มตัว ในช่วงแรก งานบางชิ้นขายได้ราว 1,500 บาท แต่ก็ต้องอดทนกันไป แต่เมื่อมีชื่อเสียงมากขึ้น ผลงานก็ได้รับความสนใจในวงกว้าง ทำให้มีคนเข้ามาซื้อและราคาชิ้นงานก็จะถีบตัวขึ้นตามลำดับ

การที่อาจารย์ประสบความสำเร็จการเป็นจิตรกรอาชีพ ไม่เพียงมีแค่ “ฝีมือ” แต่มาจากความพยายามที่จะเรียนรู้หลักการขายงานและยังมี “ความอดทน” สูง แม้ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคหรือความยากลำบากก็ตามที ก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจในเส้นทางสายนี้ ปัจจุบัน รูปภาพที่เคยวาดในวัยหนุ่มที่ขายในราคาราว 3,000 บาท ราคาทะยานขึ้นราว 3 ล้านบาท ในตลาดศิลปะในประเทศสหรัฐฯ

ปัจจุบันอาจารย์ไม่ได้วาดภาพเพื่อจำหน่ายอีกแล้ว แต่วาดรูปเพื่อความสุข!

รายได้ในชีวิตประจำวันมาจากค่าลิขสิทธิ์ภาพวาดในการผลิตผลงานซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม อ.เฉลิมชัย ไม่บอกว่า ในชีวิตมีรายได้จากการขายรูปเท่าไหร่ และรูปไหนมีราคาสูงสุด เพียงแต่บอกว่า “วัดร่องขุ่น” ที่อาจารย์สร้างขึ้นมา ใช้เงินไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท และจวบจนวันนี้ การก่อสร้างก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จำเป็นต้องสร้างต่อไป

สำหรับ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ถือเป็นจิตรกรไทยที่ดังไกลระดับโลก มีผลงานที่โดดเด่นมากมาย เช่น ภาพจิตรกรรมไทยในอุโบสถวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, เขียนภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก และผลงานศิลปะที่ “วัดร่องขุ่น” ซึ่งมีทั้งงานทางสถาปัตยกรรม, ประติมากรรมปูนปั้น และงานจิตรกรรมไทย ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี พ.ศ.2554