นางฟ้าผู้ลี้ภัย! อีกด้านหนึ่งของ ‘ปู ไปรยา’

ทำความรู้จัก ... นางฟ้าผู้ลี้ภัย! อีกด้านหนึ่งของ ‘ปู ไปรยา’ ผู้หญิงที่อุทิศตน เพื่อคนพลัดถิ่น ... อย่างน้อยโลกก็น่าอยู่ขึ้นอีกนิด!

เคยสงสัยไหมว่า ... ตำแหน่ง “ทูตสันถวไมตรี UNHCR มีเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไร ?

ทำไมนักแสดงสาว “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก” ถึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ทูตสันถวไมตรี” ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) คนแรกของประเทศไทย และคนแรกในอาเซียน

นี่คงจะเป็นคำถามของคนทั่วไปที่ไม่เคยรู้เรื่องราวของ “ปู ไปรยา” นักแสดงสาวชาวไทย ที่ร่วมงานกับ UNHCR มาแล้วเป็นเวลา 3 ปี ทำงานอาสามาสมัครมาแล้วกว่า 5 ปี โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน และร่วมบริจาคเงินให้ UNHCR เป็นประจำทุก ๆ เดือน นับตั้งแต่ที่เธอรู้จักและเข้าร่วมงานกับองค์กรนี้ โดยเธอมุ่งมั่นว่า จะทำงานอาสาไปตลอดชีวิต

ที่ผ่านมา “ปู ไปรยา” จะปฏิบัติงานร่วมกับทีมทูตสันถวไมตรีสากล ของ UNHCR อาทิเช่น แองเจลินา โจลี ทูตพิเศษของ UNHCR รวมถึงบรรดาทูตสันถวไมตรีคนอื่น ๆ อาทิ เคต บลานเชตต์, เจอร์ ดูอานี่ ดาราและอดีตผู้ลี้ภัยในแอฟริกา, จอง วู ซอง จากเกาหลีใต้ และ เหยา เฉิน จากจีน ร่วมยืนหยัดเคียงข้างผู้ลี้ภัย ท่ามกลางกระแสวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยโลก

“ปู-ไปรยา” เริ่มสนใจปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาอย่างจริงจัง เมื่อได้เห็นคลิปชาวโรฮีนจาที่พยายามหนีเอาชีวิตรอดบนเรือลำหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจอีเมล์หา UNHCR เพื่ออาสาเรียนรู้และทำงานด้านนี้อย่างจริงจัง

ประสบการณ์เกือบ 5 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนชีวิตของ “ปู-ไปรยา” ไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหลังจากนี้เธอจะพยายามทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงเพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัยอย่างสุดพลังเท่าที่จะทำได้

........................

 

“จริง ๆ ปูทำงานให้หลายองค์กรมาก่อน นอกจาก UNHCR ปูทำงานให้ Operation Smile วัดพระบาทน้ำพุ และ อัลฟ่า (ALFA) ทุกองค์กรปูสมัครเข้าไปเองหมดเลย สำหรับ UNHCR เริ่มจากปูเห็นข่าวผู้ลี้ภัยในซีเรีย เห็นภาพตอนนั้นเด็กที่หนีจากประเทศตัวเอง ภาพเด็กอยู่บนเรือ เป็นภาพที่สะเทือนใจมาก ตอนนั้นน่าจะประมาณเที่ยงคืนกว่า ปูก็เขียนอีเมล์เข้าไปหา UNHCR แนะนำตัว ... สวัสดีค่ะ ชื่อไปรยา ลุนด์เบิร์ก ทำงานอยู่ช่อง 7 เป็นนักแสดง อ่านข่าวเกี่ยวกับซีเรียและโรฮิงญาแล้วรู้สึกเศร้า อยากจะมีส่วนร่วม อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น”

ตอนนั้นปูเข้าใจว่าการทำงานมนุษยธรรมหรืองานอาสาสมัครเป็นแค่การให้ผ้าห่ม มอบข้าว แค่นั้นก็จบ แต่จริง ๆ แล้วการทำงานมนุษยธรรมมันเกินกว่านั้น เพราะชีวิตคนคนหนึ่งมันมีปัญหาซับซ้อนและกว้างใหญ่กว่านั้น

สิ่งที่ปูเรียนรู้มีหลายปัญหา อย่างเช่น บางคนไม่มีตัวตน ไม่มีสัญชาติ บางคนไม่สามารถกลับบ้านได้ บางคนไม่ได้รับการศึกษาชั่วชีวิต ซึ่งเขาไม่ได้เลือกนะ เด็กทุกคนที่ปูเจอในค่าย ถ้าถามคำถามว่าสิ่งที่เขาต้องการที่สุดคืออะไร ทุกคนตอบว่าการศึกษาหมดเลย พอเราเข้าใจว่าปัญหามันกว้างและซับซ้อน และเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศด้วย ปูก็รู้สึกว่าการทำงานมนุษยธรรม นอกจากท้าทายแล้วมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เมื่อนางเอกสาวแสดงความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่อยากช่วยงาน เธอจึงเริ่มเล่าอธิบายถึงหน้าที่ของเธอเป็นกระบอกเสียงให้สังคมรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับ “ผู้ลี้ภัย”

“สิ่งที่คนไม่เข้าใจคือ ผู้ลี้ภัยไม่ต่างจากเรา ทุกคนเป็นมนุษย์มีความรู้สึกไม่ต่างกัน ทุกคนมีตัวตนที่ไม่แตกต่างจากพวกเรา แต่เขาถูกดึงตัวตนนั้นไปจากเขาทั้งหมด ทั้งทรัพย์สิน ทั้งทุกอย่าง โดยไม่เหลือตัวตน ไม่เหลือทรัพย์สิน ไม่มีบ้านอยู่ ต้องหนีไป ต้องสูญเสียครอบครัวอีก ความจริงแล้วผู้ลี้ภัยเป็นคนที่แกร่ง แต่ไม่มีทางเลือก เขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้เลือกที่จะไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่ได้เลือกที่จะไม่มีที่อยู่”

ส่วนหน้าที่ของเธอในฐานะทูตสันถวไมตรี UNHCR นั้น ... อย่างแรกคือการสื่อให้คนรู้จักปัญหาเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย อย่างที่สองก็คือรณรงค์ให้กับผู้ลี้ภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สำหรับคนไร้ตัวตน การจดทะเบียนการเกิดสำหรับเด็กที่เพิ่งเกิดเพื่อที่เขาจะได้มีสิทธิ์ เพราะถ้าไม่มีตัวตนผู้ลี้ภัยจะไม่สามารถหาหมอได้ ไม่สามารถหางานได้ กลับบ้านก็ไม่ได้ และอีกอย่างที่สำคัญคือระดมทุนก็คือการบริจาคให้กับ UNHCR อย่างปูบริจาคทุกเดือนมาแล้ว 3 ปีอย่างต่อเนื่อง คนถามว่าทำไมต้องต่อเนื่อง เพราะว่าปัญหานี้ใช้เวลาขั้นต่ำ 10 ปีในการแก้ไข จำนวนคนเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี UNHCR เป็นองค์กรที่สามารถช่วยผู้ลี้ภัยทั่วโลกได้ และช่วยระหว่างประเทศได้ด้วย

หลาย ๆ ครั้ง ภาพการทำงานสิทธิมนุษยชนเพื่อเพื่อนมนุษย์ของปู ก็ชวนทำให้นึกถึง “แองเจลีนา โจลี” ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวู้ดที่ทำงานด้านนี้มายาวนาน แล้วปูก็ถูกเปรียบให้เป็น “โจลีเมืองไทย”

“ถ้าจะเปรียบ ยังเปรียบไม่ได้ เพราะคุณโจลีเขาอุทิศชีวิตเขาเป็น 10 กว่าปี แต่สิ่งที่ปูทำให้คนเห็นคือปูคือมนุษย์ ปูไม่ใช่นางฟ้านะ ปูไม่เคยยอมรับว่าปูไม่เคยล้ม ปูยังมีผิดพลาดอยู่ทุกวัน เพราะปูคือมนุษย์ ปูผิดหวังเหมือนทุก ๆ คน ปูไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ชีวิตได้ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่ปูรู้หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของปูคือการคืนกลับแก่สังคม นั่นก็คือไม่ต่างจากคุณโจลี หน้าที่ที่สำคัญที่สุดก็คือการมีชีวิตที่มีค่าต่อคนอื่น แต่ยังไม่ถึงเขา เขาทำมา 15 ปี 20 ปี เรา 3 ปี แต่ปูทำตลอดชีวิตแน่นอน”

เหล่าคนดังคนมีชื่อเสียง ที่ได้ทำงานเพื่อสังคม มักจะถูกมองว่าเป็นการสร้างภาพ แม้กระทั่งตัว “ปู ไปรยา” ก็ยังโดนตั้งคำถามนี้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกโกรธและน้อยใจแต่อย่างไร

“สบายมาก มาร่วมมือกันสร้างภาพ โลกจะได้สวยงามมากขึ้น”

“ไม่เคยโกรธ เพราะเราไม่ควรจะลอยกับคำชมหรือทุกข์กับคำติ เราอยู่ในมุมนี้ ถ้าปูรับมือกับคำติชมไม่ได้ เราคงไม่ช่วยผู้ลี้ภัย เพราะผู้ลี้ภัยเป็นสถานภาพที่เราต้องเข้าใจว่ามันมีทั้งความคิดเห็นบวกและลบ อยากจะให้คนมองว่าผู้ลี้ภัยคือมนุษย์และในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่อยู่โลกเดียวกันอย่างสันติภาพ อะไรที่เราสามารถยื่นมือช่วยเขาได้ ถ้าเขาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ก็ยื่นมือเถอะ เพราะเรามีโอกาส”

ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ภาพลักษณ์ของ “ปู ไปรยา” คือสาวเซ็กซี่ แรง และค่อนข้างมีข่าวด้านลบ แต่ภาพดาราสาวที่เห็นในวันนี้ กลับเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่ง “ปู” บอกว่าเพราะประสบการณ์การทำงานสังคมที่เป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนการมองโลกของเธอ

“ปูว่าดาราเป็นกลุ่มคนที่ได้รับโอกาสสูงกว่าคนอื่นในสังคมมาก ปูได้ทำอาชีพนี้มาตั้งแต่ปูอยู่ 13 แล้ว ปูก็รู้สึกเราเกิดมาเรามีชื่อเสียงเรามีทุกอย่างแต่เรายังไม่มีเป้าหมาย แล้วเราเกิดมาเป็นคนเพื่ออะไร ซึ่งมันมองเป็นมุมที่ค่อนข้างดาร์ก แต่ปูเป็นคนที่ผ่านอะไรมาเยอะมาก  สิ่งที่ปูได้เรียนรู้จากการทำงานสังคมก็คือเราเกิดมาเป็นมนุษย์เพื่ออะไร การประพฤติตัวควรจะเป็นยังไง ในเชิงว่าเราไม่ควรสำคัญตัวเอง สิ่งเดียวที่ปูสำคัญตัวเองตอนนี้ก็คือ ปูมีกระบอกเสียงที่ดังและจะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ในหลายหลายวิธี และเราอยู่ในยุคที่สำคัญที่สุดแล้ว ยุคก่อนหน้านี้เป็นยุคที่เกือบสายแล้ว ยุคเราสายแล้วนะ และยุคหลังจากเราสายแน่นอน”

“ไม่ว่าจะในด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ลดโลกร้อน ปัญหาในสังคม การศึกษา ผู้ลี้ภัย เราต้องช่วยกันในยุคนี้ เพื่อที่จะให้รุ่นลูกรุ่นหลานดูเป็นแบบอย่างว่ายุคนี้สามารถทำได้ เราสามารถอยู่โดยมีสันติภาพได้ เราสามารถอนุรักษ์สิ่งที่เรามีอยู่ได้ ปูอยากบอกว่า การทำงานมนุษยธรรมไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีนะ แต่แปลว่าเป็นมนุษย์ที่มีศีลธรรม ปูยังเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์มีความรู้สึก มีโกรธ มีทุกอย่าง แต่ปูเข้าใจว่าหน้าที่ของปูในฐานะมนุษย์คืออะไร และก็รู้สึกถึงศีลธรรมของมนุษย์ว่าเราเกิดมาบนโลกนี้เพื่ออะไร เรามีความหมายอะไรและเราทิ้งอะไรไว้ให้กับลูกกับหลาน ถึงเราไม่มีลูกตัวเองก็ไม่เป็นไร เราอาจจะมีลูกเป็นแสน ๆ คนก็ได้ที่เราสามารถมอบโอกาสให้เขา ปูว่าคนทำงานสังคมจะเห็นด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเราจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เราเข้าใจเกี่ยวกับโลกนี้”

“ปู ไปรยา” ทิ้งท้ายเรื่องผู้ลี้ภัยอีกครั้งว่า ตอนนี้อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวที่ผู้คนไม่ได้ให้ความสำคัญ และจะรณรงค์เรื่องนี้อย่างไร

ตอนนี้มันดูไกลตัวมาก แต่สงครามเกิดขึ้นในทุก ๆ ปี อย่างเช่น เซาท์ซูดานก็ยังไม่หยุด ซีเรียตอนนี้อยู่ในช่วงวิกฤตที่สุดแล้ว ตอนนี้มันเป็นวิกฤติที่สุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มีคน 65 ล้านคน และมี 34,000 คนในทุก ๆ วันที่กำลังลี้ภัยอยู่ ตัวเลขเพิ่มขึ้นไปทุกวัน ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ปูว่าปัญหาไม่ได้ไกลตัวอย่างที่เราคิด ประเทศไทยเป็นประเทศที่โชคดี เพราะเราไม่เคยต้องลี้ภัย นอกจากนั้นเราเป็นประเทศที่ช่วยเหลือประเทศอื่นมาตลอด

ในต่างประเทศก็ได้รับรู้ในน้ำใจและความใจดีของเรามาโดยตลอด สิ่งที่เราสามารถช่วยได้ก็คือ เราสามารถศึกษาและเรียนรู้ถึงสถานการณ์ของเขา และคนที่สามารถบริจาคได้ก็อยากให้บริจาค แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นอย่างแรกที่อยากจะเชิญชวนก็คือการศึกษาปัญหาของเขา ศึกษาในสิ่งที่เกิดขึ้นและร่วมมือกันมอบความคิดเห็นว่าในฐานะหนึ่งในประชาชนของโลกนี้

“เราเป็นเพื่อนมนุษย์เราเป็นครอบครัวเดียวกัน” !!!