ผลไม้ไทยปัง จีนรับไม่อั้น/ผวาสวมสิทธิ์

By May 01, 2020

ไทย-จีนชื่นมื่น ไฟเขียวส่งผลไม้สดไทยไปจีน เตือนเล่ห์พ่อค้าคนกลางขายชาติ นำเข้าผลไม้ประเทศเพื่อนบ้านตบตาส่งออกไปจีน ทุบเกษตกรไทยซ้ำซาก

.................

จากกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหนังสือเรื่อง "ขอแจ้งเงื่อนไขการนำเข้า และส่งออกผลไม้สดระหว่างไทยกับจีน" ลงนามโดยนายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร วันที่ 29 เมษายน 2563 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหคับเกษตรกรไทยที่จะส่งออกสินค้าผลไม้สดไปยังตลาดใหญ่อย่างประเทศจีน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการป้องกันไม่ให้พ่อค้าคนกลางแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ประกอบการบางกลุ่มนำเข้าสินค้าทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน และตีตราว่าเป็นสินค้าไทยส่งไปยังจีน สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรและประเทศชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากสินค้าไม่ได้มาตรฐานนั้น

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2563 พล.อ.ณพล คชแก้ว ประธานมูลนิธิไทยมั่นคง กล่าวว่า การนำเข้าและส่งออกผลไม้สดระหว่างไทยกับจีนนี้ เป็นสิ่งที่ดีมาก จะส่งผลให้ผลไม้สดที่ไทยจะส่งออกไปขายในตลาดจีนสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากข้อตกลงดังกล่าว มีการนำเข้าผลไม้จากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นคู่แข่งทางการตลาดของผลไม้สดไทยในจีนแล้วส่งออกไปประเทศจีนในนามสินค้าไทย ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ผลไม้สดไทยในตลาดจีนเกิดความเสียหายกล่าวคือ

1. ผลไม้ไทยบางส่วนกลายเป็นส่วนเกิน ในขณะที่ตลาดจีนมีความต้องการ ทำให้ผลไม้สดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไปแทนที่ในนามสินค้าไทย เช่น ขนุน ทุเรียน มะม่วง เป็นต้น

2. เป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งขันมีช่องทางขายผลไม้สดไปยังประเทศจีน และอาจมีการปลอมปนหรือสวมรอยทำให้สินค้าไทยได้รับความนิยมลดลง

3. ในปัจจุบัน และอนาคตอาจจะมีการส่งสินค้าที่เป็นของคู่แข่งเข้าไปครองตลาดผลไม้สดไทยในประเทศจีน

ประธานมูลนิธิไทยมั่นคง ระบุด้วยว่า อาจเป็นไปได้ว่าทางรัฐบาลจีน ต้องการส่งเสริมการค้าผลิตผลการเกษตรระหว่างไทยกับจีนให้มีความมั่นคงก้าวหน้า จึงอาจจะมีการห้ามนำเข้าผลไม้สดจากบางประเทศในขณะนี้ อย่างไรก็ตามการสวมสิทธิ์นำสินค้าผลไม้สดจากประเทศเพื่อนบ้านส่งไปยังจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมามีการลักลอบสวมสิทธิ์ส่งออกข้าวหอมมะลิไปประเทศจีน ซึ่งส่งผลเสียหายต่อเกษตรกร และประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง

“ยกตัวอย่างในเรื่อง ข้าว ทุเรียน มะม่วง ฯลฯ ผู้ที่ได้ประโยชน์คือคนกลางผู้ส่งออกที่ได้ประโยชน์เฉพาะหน้าแต่เกิดความเสียหายในระยะยาว คือ สูญเสียตลาดและความมั่นคงในวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหามาตรการควบคุมดูแลเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวเป็นการด่วน ซึ่งผู้ส่งออกและนำเข้าควรมีจิตสำนึก ไม่แสวงหาผลกำไรจากความทุกข์ยากของพี่น้องเกษตรกร เพราะการสวมสิทธิ์ผลไม้สดไทยคือการทำลายวิถีชีวิตและความมั่นคงของเกษตรกรไทย รวมถึงผลประโยชน์โดยรวมของประเทศไทยอีกด้วย" พล.อ.ณพล กล่าว

******************

Last modified on Friday, 01 May 2020 14:41