ส่อล็อกสเปก แหลมฉบังเฟส 3 หึ่ง!

By May 06, 2020

TOR ท่าเรือแหลมฉบับเฟส 3 มูลค่า 2.2 หมื่นล้าน ส่อล็อกสเปกไม่เกรงใจ “โควิด-19” กำหนดที่มาของหินก่อสร้างต้องมาจากเหมืองหินชลบุรีเท่านั้น บุกร้อง “ลุงตู่” จี้ “ศักดิ์สยาม” ทบทวน เคาะประมูล 7 พ.ค.นี้

...................

จากกรณี เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท. เดินหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ยกระดับประเทศเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับการขยายตัวของตู้สินค้า ส่งเสริมการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเตรียมก่อสร้างในส่วนของท่าเทียบเรือ F เป็นลำดับแรกภายใต้กรอบการร่วมทุนกับเอกชน หรือให้เอกชนลงทุนออกแบบ ก่อสร้าง ให้บริการ และซ่อมบำรุงรักษา โดยเอกชนรายเดียว

เพื่อให้ท่าเทียบเรือ F แล้วเสร็จทันภายในปี 2566 ซึ่งมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกเอกชนที่มีคุณสมบัติและมีความสามารถในการบริหารจัดการท่าเทียบเรือที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีแผนการดำเนินการบริหารจัดการท่าเทียบเรือที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศโดยรวม

สำหรับการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 คณะกรรมการ กทท. มีมติอนุมัติให้จ้างบริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และบริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างโครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 (ส่วนที่ 1-4) โดยวิธีคัดเลือก และ ทลฉ. ได้ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 ก.พ.63 ที่ผ่านมา

งานก่อสร้าง จะแบ่งงานออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 งานก่อสร้างทางทะเล, ส่วนที่ 2 งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค, ส่วนที่ 3 งานก่อสร้างระบบรถไฟ และส่วนที่ 4 งานจัดหา ประกอบและติดตั้งเครื่องจักรและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมระยะเวลาในการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 52 เดือน ทั้งนี้ กทท. เริ่มดำเนินการประกวดราคาจ้างงานในส่วนที่ 1 งานก่อสร้างทางทะเล ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยประกาศขายเอกสารตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.63 ถึงวันที่ 5 พ.ค.63 และกำหนดยื่นข้อเสนอในวันที่ 7 พ.ค.63

ส่วนงานก่อสร้างส่วนที่ 2 (งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือฯ) อยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบประกาศร่างขอบเขตของงาน (TOR) ครั้งที่ 2

รายงานข่าวเปิดเผยว่า การก่อสร้างโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ซึ่งจะมีการยื่นข้อเสนอในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ นำมาซึ่งข้อกังขา และเป็นที่วิพากวิจารณ์ของผู้ประกอบการเอกชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ TOR ที่มีเงื่อนงำกำหนดให้บริษัทที่ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้ที่มีสิทธินำหินจากเหมืองหิน เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยกำหนดแหล่งที่มาของหินต้องมาจากเหมืองหินในจังหวัดชลบุรีเท่านั้น

แหล่งข่าวที่มีส่วนร่วมร่าง TOR ให้ข้อมูลกับเราว่า ไม่เข้าใจว่า เหตุใดจึงมีการกำหนด TOR ไว้เช่นนั้น โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางทะเล มูลค่าโครงการประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาทนี้ ใช้ปริมาณหินในการก่อสร้างเพียงแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น การกำหนด TOR เช่นนี้ ย่อมเป็นการปิดกั้นธุรกิจอุตสาหกรรมเหมืองหินทั่วประเทศ อีกทั้งอาจถูกครหาได้ว่าเป็นการร่าง TOR เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทหรือเอกชนรายหนึ่งรายใดที่มีความสนิทแนบแน่น หรือเป็นพันธมิตรกับเหมืองหินในจังหวัดชลบุรีอย่างหลีกเลี่ยงมิได้นั่นเอง

รายงายงานระบุด้วยว่า บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งมีความสนใจในโครงการท่าเรือแหลฉบัง ก็ไม่เห็นด้วยกับการกำหนด TOR เช่นนี้ และอาจมีการร้องเรียนไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อมีบัญชาถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ทบทวนโครงการอย่างเร่งด่วน

สำหรับท่าเรือแหลมฉบังเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2534 ปัจจุบันมีปริมาณการขนถ่ายตู้สินค้าผ่านท่าเรือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีนโยบายเร่งพัฒนาโครงการ ทลฉ. ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับตู้สินค้าจาก 11 ล้าน ทีอียู.ต่อปี เป็น 18 ล้าน ทีอียู.ต่อปี

โดยจะดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำหรับรองรับเรือขนาดใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมทั้งการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟ (SRTO) เพิ่มสัดส่วนการขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 30 อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานและการบริหารจัดการของ ทลฉ. ระยะที่ 3 ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

เป็นประตูการค้าเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้มีความสามารถในการรองรับการขนถ่ายด้วยเครื่องมือขนส่งสินค้าประเภทตู้สินค้าที่ทันสมัย ซึ่งจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในกลางปี 2563 นี้

Last modified on Wednesday, 06 May 2020 15:33