ผบ.ตร.คนใหม่

By July 17, 2020

ดูเหมือนการแต่งตั้งแม่ทัพสีกากี ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเริ่มขยับเร็วขึ้น สาเหตุหลักจากการลาออกของรัฐมนตรี 4 กุมาร เพื่อปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 อย่างมีนัยยะทางการเมือง

..................

เกิดข่าวลือสะพัด เจ้าของเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อย่าง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เตรียมตัวลาออกก่อนครบวาระเกษียณอายุราชการ สิ้นเดือนกันยายน

เป็นการลาออกก่อนกำหนด เพื่อก้าวสู่เวทีทางการเมือง ในตำแหน่งรัฐมนตรี

ฝ่ากติกาข้อห้าม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต้องเว้นวรรค 2 ปี จึงมีสิทธิเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล

ด้วยข้ออ้าง เป็น สว.โดยตำแหน่ง ไม่มีบทบัญญัติห้ามไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร

เป็นกติกาใหม่ ที่นิยมใช้ในยุค ลุงตู่ - ลุงป้อม

ทำไม่ได้ ไม่มี !!

อาจมี ผบ.เหล่าทัพ เพื่อนคู่ใจ ลาออกมาเพื่อการนี้ด้วย แต่ชื่อ “บิ๊กแป๊ะ” ถือว่า ออกมาก่อน เพื่อโยนหินถามทาง

เมื่อตำแหน่ง ผบ.ตร.ถูกเปิดให้ว่างลง ไทม์ไลน์ของกระบวนการสรรหาผู้เหมาะสมเพื่อแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ จึงกระชับเร็วขึ้น

ตรวจแถวรอง ผบ.ตร.ที่เรียงหน้าเป็นแคนดิเดท มีด้วยกัน 3 ท่าน ประกอบด้วย

“บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.36 เกษียณอายุ 2565

“บิ๊กนู” พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก นรต.38 เกษียณอายุ 2564

และ “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ นรต.36 เกษียณอายุ 2565

แม้จะมีความพยายามผลักดันเป็นแคนดิเดท แบบมีที่มาที่ไปทุกคน

มีการจัดวางอันดับ มือวางอันดับ 1 ขั้วการเมืองรัฐบาล นำโดยลุงตู่ ลุงป้อม อาแป๊ะ และอาแดง ดันชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ สุดลิ่มเป็นทิศทางเดียวกัน ก้าวสู่บัลลังก์ “พิทักษ์ 1” คนใหม่ เพื่อฝากฝังและจัดทำบัญชีแต่งตั้งในระนาบต่อไปโดยง่าย แบบวิน วิน

ขณะที่ “บิ๊กนู” พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ถูกจัดเป็นมือวางอันดับ 2 โดยมีพลังจากพรหมมานุสรณ์ คอนเนคชั่น และอดีต ผบ.ตร.อย่าง พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ หากก้าวสู่บัลลังก์ “พิทักษ์ 1” การโยกย้ายในระนาบต่อๆ ไป จะมีพลังสายการเมืองฝากฝังได้น้อยมาก และสามารถพิจารณาผลงานตามความสามารถได้เต็มที่ ในระยะเวลา 1 ปีเศษ ที่อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ตร.

ส่วน มือวางอันดับ 3 อย่าง “บิ๊กใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ครบทั้งบู๊และบุ๋น ไม่ต้องป่าวร้อง ไม่ต้องโม้ เพราะมีผลงานในอดีตปรากฏมากมายนับไม่ถ้วน กลับวางตัวเงียบ ราวกับไม่ใช่แคนดิเดท แต่ประมาทไม่ได้ เพราะพลังจากฟ้าที่แผ่รังสีให้ หากกลายเป็นตาอยู่ เป็น “พิทักษ์ 1” คนต่อไป การแต่งตั้งระนาบต่อไป คงต้องวัดกึ๋นที่คนทำงาน มีผลงาน และหลักคุณธรรม สายการเมืองคงมองค้อน

ทั้ง 3 แคนดิเดท ส่งผลต่ออนาคตสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

พลังการเมือง พลังแฝงที่เปี่ยมคุณธรรม กับ พลังคุณภาพ บู๊ - บุ๋น กำลังจะกลายเป็นช๊อยส์เพื่อการตัดสิน

แท้ที่จริง จะเลือกใคร ??

ที่แน่ๆ ให้คำนึงมากๆ ว่า หากใคร ?? ได้มาเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ 

ประชาชนจะได้คุณ มากที่สุด มิใช่ !! ใครคนใด ?? คนนึง หรือผู้ถืออำนาจใดๆ ใช้อภิสิทธิแทนเจ้าของประเทศ

โปรดติดตาม ต่อจากนี้ไป.

อิทธิเดช ลุย.

Last modified on Saturday, 18 July 2020 00:07