หลอน! ‘บัญชีม้า’ 5 แสนบัญชี ปปง.ระงับธุรกรรม-งัดกฎเหล็กคุมฝากเงิน

ปปง.เปิดข้อมูลพบ “บัญชีม้า” ในระบบธนาคารกว่า 5 แสนบัญชี ชี้เพิ่มสัปดาห์ละกว่า 1,000 ราย ชงสถาบันการเงิน “ระงับธุรกรรม” รายชื่อต้องสงสัย คิกออฟ 11 พ.ย.นี้ คุมเข้มทำธุรกรรมธนาคาร ฝากเงินต้องยืนยันตัวตน สกัดฟอกเงิน-แก๊งมิจฉาชีพ

...............

“บัญชีม้า” กลายเป็นปัญหาธุรกรรมการเงินที่ปรากฏอยู่บ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีมานี้

โดย “บัญชีม้า” ก็คือบัญชีที่ถูกเปิดเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เช่น นำไปใช้ทำเรื่องผิดกฎหมาย หรือเอาไว้ใช้สำหรับถ่าย เท หรือใช้ฟอกเงิน โดยบัญชีม้าคนที่ถือครองบัญชีจะไม่ใช่เจ้าของตัวจริง แต่จะเป็นมิจฉาชีพที่นำไปใช้ ซึ่งส่วนใหญ่มิจฉาชีพจะใช้วิธีการจ้างวานคนทั่วไปให้ทำการเปิดบัญชีธนาคาร โดยให้เงินค่าจ้างแล้วแต่ตกลงกัน หรือไม่ก็ “สวมรอย” เป็นเจ้าของบัญชีเสียเอง โดยการขโมยข้อมูลส่วนตัว แล้วนำไปเปิดบัญชีออนไลน์

“วิทยา นีติธรรม” ผู้อำนวยการกองกฎหมาย ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่ามีบัญชีม้าในระบบธนาคาร จำนวนมากถึง 2-5 แสนบัญชี จากบัญชีธนาคารในประเทศทั้งหมดกว่า 121 ล้านบัญชี

ทั้งนี้ ปปง.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดหามาตรการควบคุมการเปิดบัญชีม้า โดยเบื้องต้น ปปง.ได้ร่วมกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ คัดกรองรายชื่อที่คาดว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า โดยรวบรวมจากผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกง หรือถูกหลอกลวงจากอาชญากรรมออนไลน์ โดยขณะนี้รวบรวมได้แล้วกว่า 10,000 รายชื่อ รวมกว่า 70,000 บัญชี หรือคิดเป็นอัตราส่วน 1 ต่อ 7

และได้แจ้งรายชื่อทั้งหมดไปยังสถาบันการเงินเพื่อให้ระงับการทำธุรกรรมของบุคคลเหล่านี้ ซึ่งจะไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางต่างๆ ได้ นอกจากแสดงตัวตนผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคารเท่านั้น และขณะนี้ ปปง.ยังคงดำเนินการรวบรวมรายชื่อกลุ่มผู้ที่เข้าข่ายบัญชีม้าอยู่ โดยพบรายชื่อผู้เข้าข่ายเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละกว่า 1,000 รายชื่อ

โฆษก ปปง. ย้ำว่า เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม รวมถึงเป็นมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการฝากเงินสดผ่านตู้อัตโนมัติจะต้องแสดงตัวตนร่วมด้วย โดยการฝากเงินไม่เกินครั้งละ 30,000 บาท ต้องแสดงหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับรหัส opt จากธนาคาร ก่อนทำธุรกรรมต่อไป

ส่วนการฝากเงินมากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ผู้ฝากต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต ร่วมกับรหัสส่วนตัวหรือรหัสพิน โดยทั้งสองรายการไม่เสียค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม