เรือแสงอาทิตย์ สงบเงียบไร้ควันพิษ

“เราไม่ได้จดลิขสิทธิ์  ซึ่งเรือพิทักษ์สมุทรถือเป็นเรือต้นแบบที่ยังต้องพัฒนาให้มีประสิทธิภาพต่อไป เรามีความมุ่งมั่นที่อยากจะให้การใช้เรือพลังงานบริสุทธิ์นี้ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง นั่นย่อมจะส่งผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติโดยรวม ถ้าผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใดต้องการที่จะนำนวัตกรรมนี้ไปใช้งานจริง ก็สามารถมาปรึกษาเราได้ฟรี และในเชิงพาณิชย์ 4-5 ปีก็คุ้มทุนแล้ว”

            สภาวะโลกร้อน ธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็ว ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทุกขณะ ล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แบบขาดความรับผิดชอบ

            กระแสการอนุรักษ์ปกป้องทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่มนุษยชาติจะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันรับผิดชอบ

            ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีนโยบายที่จะรณรงค์ลดการปล่อยมลพิษในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานพาหนะที่ใช้น้ำมันดีเซลในหัวเมืองใหญ่ได้เผชิญกับมลพิษทางอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางอากาศที่ว่านี้จะคงอยู่กับเรา หากไม่มีการวางแผนรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว

            ซึ่งจะเห็นได้ว่า การณรงค์เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวของเราอีกแล้ว

            อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมืองไทย คือรายได้สำคัญในลำดับต้นๆ ที่สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม เหรียญมีสองด้าน หากเรามุ่งเน้นแต่ปริมาณก็จะเกิดปัญหานักท่องเที่ยวล้น เกินกว่าความสามารถของแหล่งท่องเที่ยวจะรองรับได้ ดังปรากฏชัดเจนสำหรับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพีพีเล จนนำไปสู่การปิดอ่าวมาหยา เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งการปิดอ่าวมาหยาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชนี้ได้รับเสียงชื่นชมไปทั่วโลก และยังลบคำสบประมาทที่ว่า “ประเทศไทย...ท่องเที่ยวอย่างไรก็ได้!!!”

            อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืนในอนาคตด้วย

            คุณสุวรรณ พิทักษ์สินธร นักวิทยาศาสตร์ ชำนาญการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จ.ตราด เปิดเผยกับ “ไทยไทม์” ในฐานะข้าราชการสายกรีน ซึ่งวันนี้หาเราค้นหาชื่อของเขาใน Google ก็จะพบว่า “เขาคือผู้ประดิษฐ์เรือพลังงานแสงอาทิตย์”

            กว่าที่เรือพิทักษ์สมุทรจะแหวกว่ายโต้คลื่นลมกลางอ่าวไทย และได้รับเสียงตอบรับชื่นชมถึงความมุ่งมั่น ซึ่งพูดได้เลยว่า นี่คืออีกหนึ่งนวัตกรรม ‘อนาคตโลกสีเขียว’ ก็ว่าได้

            “เรือบริการนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ทำให้เกิดเสียงดัง และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ สร้างมลภาวะทางอากาศ คราบน้ำมัน และสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง การใช้เรือสีเขียวที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ไม่ทำลายแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ย่อมเป็นแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ดี สอดรับกับเทรนด์นักท่องเที่ยวรักษ์ธรรมชาติที่ต้องการสัมผัสชื่นชมบรรยากาศทะเลที่เงียบ สงบ ไม่มีเสียงดังรบกวน และปราศจากมลพิษ

            คุณสุวรรณ เล่าถึงไอเดียที่มาของการคิดค้นประดิษฐ์เรือพลังงานแสงอาทิตย์ และยังพูดถึงภารกิจของศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบให้เราฟังด้วยว่า

            หลายท่านอาจไม่ทราบว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีหน้าที่ดูแลสัตว์สงวน และป่าไม้ แต่น้อยคนไม่ทราบว่า ทรัพยากรปะการัง หรือทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญๆ อยู่ในอุทยานแห่งชาติทางทะเลประมาณ 50–60 % นั่นคือในส่วนที่เราดูแล เพราะฉะนั้นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่สำคัญคือ ปะการัง การทำงานจะเน้นทางด้านปะการัง แต่ขณะเดียวกันจะดูแลทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ด้วย

            ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติเริ่มสูญหาย ถ้าอยากชมทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ทางทะเล นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะไป เกาะพีพี เกาะเสม็ด เกาะช้าง เกาะสุรินทร์ หรือเกาะสิมิลัน ซึ่งทั้งหมดนี้คืออุทยานแห่งชาติทางทะเล

            “หน้าที่ของผมคือเป็น 1 ใน 4 ศูนย์ของอุทยานแห่งชาติทางทะเล โดยจะให้ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับทะเล เช่น ปะการังหรือทรัพยากรอื่น ๆ มีสภาพเป็นอย่างไร ก็จะส่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ให้ผู้บริหารหาทางแก้ไขว่าสมควรจำกัดนักท่องเที่ยวหรือควรปิดพื้นที่ หรือเปิดพื้นที่นี้ให้เที่ยวได้”

            ภารกิจของเรือมีความสำคัญอย่างไรในการดูแลอุทยานแห่งชาติทางทะเล  ?

            เรือเป็นสิ่งสำคัญของการทำงานซึ่งการใช้เรือมีค่าใช้จ่ายสูง คือ ค่าบำรุง ค่าซ่อมเครื่องยนต์ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งที่ผ่านมาเราต้องไปเช่าเรือจากเอกชนมาปฏิบัติภารกิจต้องขนอุปกรณ์ต่างๆ มีค่าใช้จ่ายแต่ละเที่ยว ต้องใช้เงินหลวงหลายหมื่นบาท และต้องปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้งบประมาณก้อนโต

            เมื่อมีการคิดค้น ‘เรือพลังงานแสงอาทิตย์’ กรมอุทยานฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้เป็นจำนวนมาก และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมปราศจากเสียง และมลพิษการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะคราบน้ำมันที่ทำให้ประการังเสียชีวิตได้

            เรือพิทักษ์สมุทรที่ใช้พลังงานบริสุทธิ์จากแสงอาทิตย์ได้จดลิขสิทธิ์ไว้หรือไม่ และหากมองในเชิงพาณิชย์จะเป็นไปได้มากน้อยอย่างไร?

             คุณสุวรรณ ยืนยันว่า เราไม่ได้จดลิขสิทธิ์  ซึ่ง ‘เรือพิทักษ์สมุทร’ ถือเป็นเรือต้นแบบที่ยังต้องพัฒนาให้มีประสิทธิภาพต่อไป เช่น ในเรื่องของแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งปัจจุบันยังใช้แบตเตอรี่น้ำกรดอยู่ การที่เราไม่จดลิขสิทธิ์นั้น เรามีความมุ่งมั่นที่อยากจะให้การใช้เรือพลังงานบริสุทธิ์นี้ได้รับการยอมรับเป็นวงกว้าง นั่นย่อมจะส่งผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติโดยรวม

            “ถ้าผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใดต้องการที่จะนำนวัตกรรมนี้ไปใช้งานจริง ก็สามารถมาพูดคุยเกี่ยวกับลักษณะของเรือว่าเหมาะกับกิจการของท่านหรือไม่ เพราะเรือพลังงานแสงอาทิตย์เป็นเรือที่ช้า เหมาะกับการท่องเที่ยวที่ไม่เร่งรีบ เราสามารถให้คำปรึกษาได้ฟรีทั้งข้อดี ข้อเสีย ข้อปรับปรุง ซึ่งเราไม่อยากให้ต่อเอง เพราะการทำเรือแบบนี้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ซึ่งเราได้ศึกษาในเชิงพาณิชย์แล้วว่า จะสามารถบริหารจัดการคุ้มต้นทุนได้ภายในระยะเวลา 4-5 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เพราะเรือพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ใช้น้ำมัน มีแค่ระบบฟันเฟืองที่ต้องดูแลเท่านั้น”

            ก่อนลาจากกันไป เพื่อพัฒนานวัตกรรมเรือพิทักษ์สมุทร ‘คุณสุวรรณ’ ยังฝากบอกนักท่องเที่ยวด้วยว่า           

            ปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมลงไปมาก ไม่ว่าจะในเขตหรือนอกเขตอุทยาน ถ้าในอนาคตมีการใช้เรือพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้น เขาเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมทางทะเลจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นความฝันอย่างหนึ่งของเขาก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ

            และเห็นว่ายังไม่สายเกินไป ที่จะช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต้องช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม เมื่อไปท่องเที่ยวตามอุทยานต่างๆ ก็ควรเคารพกฎกติกา และเชื่อฟังเจ้าหน้าที่

            “ไทยไทม์” หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาคเอกชน ผู้ใหญ่ใจดี จะให้การสนับสนุนโครงการดีๆ เช่นนี้ โดยเฉพาะนวัตกรรมที่คิดค้นโดยคนไทย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐก็ควรที่จะให้การสนับสนุนงานวิจัยเหล่านี้ เป็นต้นแบบในการปกป้องดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นมรดกของโลกเราสืบไป

พลศักดิ์  สุพร / รายงาน

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Thursday, 27 June 2019 17:56