Trending

CHOW รุก Green Energy พลิกหนีราคาน้ำมันพุ่ง Featured

Tuesday, Mar 22

CHOW  ไม่หวั่น โควิด-19 เร่งเครื่องขยายธุรกิจ Green Energy สุดตัวหลังฟ้าเปิด ภาคธุรกิจพลิกหนีภาวะต้นทุนสูงจากราคาน้ำมันหันซบพลังงานทดแทนตามกระแส Mega Trend หนุนความต้องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์พุ่ง “ศุภชัย ยิ้มสุวรรณ” เผยปี 64  มี Solar Rooftop ในมือทะลุ 34.75 MW เล็งขยายต่อเนื่องหลังกระแสเงินสดเต็มมือ

นายศุภชัย ยิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Steel Billet) รายใหญ่ของประเทศ และธุรกิจพลังงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ผ่านบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)  บริษัทย่อย   กล่าวว่าในปี 2565 บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานทางเลือก (Green Energy) อย่างเต็มตัว รองรับกระแส Mega Trend ที่ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน ต่างๆ ทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจ และสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้นเรื่อย ๆ  เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามราคาน้ำมัน

 “กระแสพลังงานทางเลือกหรือ Green Energy ชัดเจนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในกลุ่มทั้งภาครัฐและเอกชนรายใหญ่ในช่วงนี้ หลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลออกมาสนับสนุนให้ใช้พลังงานทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรมแล้วในหลายอุตสาหกรรม  ในขณะที่ภาคเอกชนรายใหญ่ เริ่มปรับมาใช้พลังงานไฟฟ้าจากธรรมชาติเพื่อลดต้นทุนในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา CHOW มีโครงการ Solar Rooftop ในมือเพิ่มขึ้นจาก 6.6 เมกะวัตต์เป็น 34.75 เมกะวัตต์ โดยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 28.15 เมกะวัตต์  บริษัทฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบเอกชนกับเอกชน (Private PPA) กับผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรมโดยคาดว่าจะเริ่มทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 เป็นต้นไป”

ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวอีกว่า ในปี 2565 นอกจาก CHOW จะเร่งพัฒนาโครงการให้กับลูกค้าที่ต้องการลงทุนโครงการเป็นของตัวเอง และพัฒนาโครงการเพื่อจำหน่ายไฟให้กับลูกค้าแบบ Private PPA แล้ว ยังเดินหน้าขยายธุรกิจบริการให้คำปรึกษา แนะนำ ติดตั้ง จัดซื้อ และ ก่อสร้างระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นอย่างครบวงจรด้วย จากความพร้อมทางด้านบุคลากร ที่มีความรู้ และประสบการณ์ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ ตลอดจนความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญของบริษัทฯ ในขณะที่โครงการในต่างประเทศพร้อมเดินหน้าตามแผนธุรกิจทันทีที่สามารถทำได้ โดยบริษัทฯ จะนำกระแสเงินสดที่ได้จากการขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไปเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการขยายธุรกิจพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจพลังงานของบริษัทฯ เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้