เกมอำนาจ! ใน พปชร.

Wednesday, Jun 30 0 179

รัฐบาลหลายประเทศต่างประสบกับโจทย์ยากจากโควิดเชื้อร้ายไม่แตกต่างกันนัก แต่กับการบริหารจัดการย่อมขึ้นกับประสิทธิภาพของรัฐบาลแต่ละประเทศ โดยประเทศที่เคยรับมือได้ดี แต่ต้องกลับมาตกม้าตายมีไม่น้อย

ดังนั้นหากประเทศไทยคาดหวังจะยกระดับตามเป้ายุทธศาสตร์ชาติ นั่นหมายความว่า การจัดการภาวะวิกฤติต้องอยู่ในระดับดี เพื่อให้ประเทศฟื้นกลับมาได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งลดความบอบช้ำของประชาชนและภาคธุรกิจไม่ให้เจ็บแล้วเจ็บอีกจนยากจะเยียวยา อยู่รอดปลอดจากวิกฤติในครั้งนี้ !

แต่กลับเป็นไปในขณะที่ ทุกพรรคการเมืองต่างเร่งเตรียมการหาเสียงเลือกตั้งกันแล้ว ด้วยมองเกมการเมืองว่าน่าจะมีการเลือกตั้งภายในปีหน้า มีการลงพื้นที่ไปเจรจาหัวคะแนน เฟ้นหาตัวผู้สมัครในแต่ละพื้นที่  ให้ความสนใจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กติกาในการเลือกตั้งสมประประโยชน์ให้กับพรรคตนเองมากที่สุด ทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ต่างสนใจแต่เรื่องการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ

ขณะที่พรรรคการเมืองใหญ่แกนนำรัฐบาล มีการเดินเกมปรับองคาพยพภายในพรรคใหม่ป้ายแดง โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สสุวรรณ ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนายวิรัช ศักดิเศรษฐ์ เป็นขุนทหารเอกคู่ใจ ทำให้ พล.อ.ประวิตร มองว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับพรรค เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส เริ่มมีความเก๋าเกมในการทำพื้นที่ ตีหัวเมืองคู่แข่ง ด้วยสรรพขุมกำลังที่เต็มเปี่ยม ทั้งทุน อำนาจ และบริวาร เห็นได้จากการนำทัพลงเลือกตั้งซ่อมหลายสนามที่ผ่านมา

ส่วนนายวิรัช นั้นช่ำชองถือเป็นกระบี่จอมยุทธ์ในสภาฯ รู้ช่องทางจัดสรรประโยชน์ ทันเกมการเมือง ดังนั้น เมื่อทั้ง 2 ประสานแรงต่อรองภายในพรรคจึงทะลุถึงยอดปิรามิด

แน่นอนว่า การไฟเขียวให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค ก็เพื่อจะได้มีอำนาจเต็มที่ในการเดินเกมการเมืองในหมากกระดานต่อไปการขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส นั้นเป็นเพียงบันไดขั้นแรก เพราะเป้าหมายถัดไปคือการขยับเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” ซึ่งเจ้าตัวพลาดหวังมาแล้วหลายครั้ง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เลือกจะแช่แข็ง ร.อ.ธรรมนัส ไม่ให้มีอำนาจมากเกินไปจนกลายเป็นพยัคฆ์ติดปีก

หากยังจำกันได้เมื่อครั้งปรับ ครม.ที่ผ่านๆ มา มีการโยนหินถามทางเรื่องสูตรการโยก พล.อ.ประวิตร ไปนั่ง มท.1 คุมมหาดไทย โดยมี ร.อ.ธรรมนัส ไปนั่ง มท.2 เพื่อขยายฐานทางการเมือง และไม่ต้องสงสัยว่าสูตรดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นความต้องการของกลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐที่มองว่า ถ้าได้โมเดลในฝัน พล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส คุมกลไกมหาดไทยจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลกับ ส.ส.ของพรรคในการขยายฐานเสียง เมื่อถึงตอนนี้เก้าอี้เลขาธิการพรรคได้เป็นของ ร.อ.ธรรมนัส

จากนี้ จึงน่าสนใจในจังหวะและก้าวย่างของ ร.อ.ธรรมนัส ที่หมายตาเก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการ” ในสเต็ปต่อไป ว่ากันว่ามหาดไทยคือเป้าหมายหลัก แต่จะทำอย่างไรในเมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่มีทีท่าจะยอมลุกจากเก้าอี้ตัวนี้

แรงกระเพื่อมต่อไปอาจได้เห็นเกมการเมืองในพลังประชารัฐ เมื่อหลายคนหลายกลุ่มก๊วนได้อำนาจและอาจผนึกกันจนคุมทิศทางพรรคได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

นอกจากนั้นยังมีการพูดถึงการจับขั้วกันระหว่าพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทย ที่มีการถูกพูดถึงสาเหตุ คงเพราะมองว่า ธรรมนัส-เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เคยอยู่เพื่อไทยมาก่อน เคยลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยตอนปี 2557 แต่เลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยแวดวงการเมืองรู้กันดีว่า “ธรรมนัส” มีสายสัมพันธ์อันดีกับแกนนำเพื่อไทยหลายกลุ่มหลายสาย ทำให้เมื่อวันนี้ธรรมนัสขึ้นมาเป็นเบอร์สองของพลังประชารัฐ และเป็นผู้เดินเกมการเมืองให้ บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่ เต็มตัวนับจากนี้ไป เลยไม่แปลกที่แวดวงการเมืองจะมีการมองการเมืองในอนาคตถึงโอกาส-ความเป็นไปได้ ที่พลังประชารัฐจะจับมือกับเพื่อไทย โดยมีธรรมนัสเป็นมือดีล ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ใช่ว่าสูตรนี้จะปิดประตูตายล็อกสนิท เพียงแต่สูตรนี้จะเกิดขึ้นในเงื่อนไข เช่น พลังประชารัฐไม่แฮปปี้หรือไม่สามารถจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรครัฐบาลเวลานี้อย่าง ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ ได้อีกแล้ว เลยสลับขั้วจะเปิดดีลตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย แต่ถ้าพลังประชารัฐ ยังแฮปปี้กับพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ อย่างภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ มันก็ไม่มีเหตุอะไรเลยที่พลังประชารัฐจะต้องไปจับมือกับเพื่อไทย ให้กองเชียร์พลังประชารัฐก่นด่าจนเสียแนวร่วม

สมการเมืองทางการเมืองในจังหวะคุมเกมโดยพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง และแน่นอน คนที่จะมีบทบาทสำคัญในการคุมจังหวะเดินแต่ละก้าวย่างของพลังประชารัฐต่อจากนี้ก็คือคนชื่อ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่

ขณะที่เกมการแก้รัฐรรมมนูญบัตรเลือกตั้งสองใบ พลังประชารัฐมีการประเมินแล้วว่า สูตรนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคมากกว่าระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว ที่เห็นแล้วว่า ก่อให้เกิดปัญหาอีกแบบ ขณะที่พรรคเพื่อไทย อาจจะยินดีปรีดาที่กลับไปใช้กติกานี้ เพราะมีโอกาสจะชนะถล่มทลายอีกครั้ง

แต่อย่าลืมว่า ผู้มีอำนาจต้องดีดลูกคิดมาแล้วเรื่องความเสี่ย ถ้าไม่มั่นใจว่าจะชนะ มีหรือจะเตะหมูเข้าปากหมา

จากทั้งหลายทั้งปวงคงต้องเกาะติดจับตาเกมท้าทายพี่น้อง “ป.” ศูนย์รวมกุมอำนาจปรับ ครม. อาจกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ได้เห็นในอีกไม่นาน รวมทั้งบริบทต่อไปกับการเลือกตั้งใหญ่ที่คาดจะมีในปีหน้าว่าหลัง พปชร.ใช้ “แป้ง” ปะหน้าแต่งองค์ จนมีคำค่อนแคะว่าใช้ “โจรปราบโจร” ยังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้งหรือไม่?

Last modified on Thursday, 15 July 2021 16:59

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.