ม็อบ 3 นิ้ว=ฮ่องกงโมเดล อย่าเผาตัวซ้ำรอย ‘ฝ่าหลุนกง’

ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ไวรัสโควิด-19 ปิดล้อมโจมตีทำลายชีวิตผู้คนล้มตายราวใบไม้ร่วง หลายประเทศยังเผชิญกับความยากลำบากขาดแคลนปัจจัย 4 รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคระบาดอยู่ในห้วงเวลานี้ ซ้ำร้ายยังต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีกระแสข่าวยืนยันว่ามีความพยามมาจากองค์กรต่างประเทศแทรกแซงกิจการภายในประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะการสนับสนุนล้มล้างสถาบัน 

และทำลายวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา เยาวชน และผู้นำทางความคิด เช่น ศิลปินดารา นักบวชในพระพุทธศาสนาที่ออกมาท้าทายอำนาจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้

น่าสนใจตรงที่นักการเมือง ดารา ศิลปิน รวมถึงพระภิกษุหลายคนติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็รอดพ้นจากความตายอย่างหวุดหวิด เพราะได้รับวัคซีนซิโนแวค ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กระนั้นในความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเรากลับเห็นกลุ่มบุคคลเหล่านี้แสดงท่าที “ด้อยค่าวัคซีนซิโนแวค” ไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงท่าที ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อเร็วๆ นี้ จนเยาวชนไทย 2 คนต้องออกมาเคลื่อนไหวชูป้ายถ่ายคลิปขอโทษพร้อมขอบคุณรัฐบาลจีนที่ให้ความช่วยเหลือไทยในฐานะมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน

โฟกัสไปที่การเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทยของกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือม็อบทะลุแก๊สบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งไร้แกนนำ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ ทว่าการเคลื่อนที่เกิดขึ้นเป็นการก่อเหตุจลาจล โดยผู้ชุมนุมบางส่วนพกพาอาวุธปืน ปาระเบิด ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผาทำลายทรัพย์สินราชการเสียหายโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

การชุมนุมในไทยลอกเลียนม็อบฮ่องกงจริงหรือ?

“ม็อบเสื้อดำ-โบว์เหลือง” ที่เกิดขึ้นในเขตปกครองพิเศษเกาะฮ่องกง ถูกนำมาเป็นแบบอย่างในการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองในไทย หรือ “ฮ่องกงโมเดล” เราจะเห็นว่าเริ่มจากการชุมนุมในรั้วมหาวิทยาลัยของนักศึกษา นักเรียนผูกโบว์สีขาว ส่วนการ์ดด้านหน้าก็สวมใส่ชุดสีดำเช่นเดียวกัน และหากบริษัทห้างร้านแห่งใดมีความคิดหรือศรัทธาสนับสนุนรัฐบาล ม็อบฮ่องกงก็จะพากันบุกทำลาย หรือคว่ำบาตรไม่ซื้อขาย ซึ่ง “ม็อบ 3 นิ้ว” ก็ออกมาเคลื่อนไหวปฏิบัติตามในทิศทางนี้ด้วยการนำ “ทัวร์ไปลง” ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

เปิดเบื้องลึกม็อบฮ่องกงบุกแทงตำรวจ-ฆ่าตัวตาย “สาวกฝ่าหลุนกง”

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2021 เวลา 22.10 น. ณ เขตปกครองพิเศษเกาะฮ่องกง ตรงกับวันครบรอบที่อังกฤษคืนฮ่องกงให้อยู่ภายใต้การปกครองของจีน และเป็นวันที่จีนฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมถึงครบ 1 ปีที่กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ถูกบังคับใช้กับฮ่องกง ทางการฮ่องกงวางกำลังตำรวจเพื่อควบคุมความสงบเรียบร้อยและห้ามชุมนุมประท้วง แต่แล้วก็ปรากฏเหตุการณ์สะเทือนขวัญ โดยมีชายคนหนึ่งอายุ 50 ปี ใช้มีดบุกแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดที่ย่านการค้าในเขตคอสเวย์ เบย์ (Causeway Bay) ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะใช้มีดแทงเข้าที่หน้าอกของตนเองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

น่าสนใจตรงที่ช่วงก่อนวินาทีสยดสยองครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวฮ่องกงคนหนึ่งได้ไลฟ์สตรีมภาพชายวัย 50 ปีใช้อาวุธมีดแทงตำรวจ และปักมีดที่บริเวณหัวใจตนเองจนเสียชีวิตได้อย่างทุกขั้นตอน บริเวณย่านคอสเวย์เบย์ ที่เป็นย่านช็อปปิ้งของฮ่องกง ซึ่งการสอบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นการก่อการร้ายภายในที่คนร้ายลงมือเพียงลำพัง!!!

แจงสื่อร่วมรายงานข่าวก่อนเหตุสยองขวัญ

จากการขยายผลมือมีดวัย 50 ปี พบว่าเขาคือ นายเหลียง จิ่น ฮุย มีประวัตินิยมชื่นชอบความรุนแรง อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงมีการวางแผนเป็นขบวนการ หรือเป็นการก่อเหตุเพียงลำพัง ซึ่งทางการฮ่องกงได้เริ่มแกะรอยจากคลิปไลฟ์สตรีมความยาว 2 นาที บันทึกภาพคนร้ายเดินอยู่ที่บริเวณถนนโจเจีย ถืออาวุธมีดก่อนที่จะก่อเหตุสะเทือนขวัญแทงตำรวจ และฆ่าตัวตายด้วยมีดเล่มเดิม โดยภาพคลิปสั่นไหวก่อนสิ้นสุดการถ่ายทำ น่าเชื่อว่าช่างภาพกำลังจะหลบหนี และยังพบว่า ก่อนเกิดเหตุแทงตำรวจ ได้มีการนัดหมายกับสื่อมวลชนสำนักข่าวต่างๆ ให้เดินทางมารายงานข่าวบริเวณที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้ที่ถ่ายคลิปวิดิโอเป็นผู้สื่อข่าวชื่อ นางหวัง ตง เยี้ยน ซึ่งเป็นคนที่ทำงานให้กับขบวนการฝ่าหลุนกง โดยผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การถ่ายทำคลิปสยองนี้ได้มีการเตรียมการวางแผนเป็นขบวนการ

แหล่งข่าวจากสมาชิกฝ่าหลุนกง เปิดเผย หลังเหตุสะเทือนขวัญ นางหวัง ตง เยี้ยน ถูกขับไล่ออกจากการเป็นสมาชิกฝ่าหลุนกง โดยมีประธานสมาคมฝ่าหลุนกงแห่งฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวของสถานีทีวีฮ่องกง ซิงถังเหวิน และเป็น บก.ข่าวหนังสือพิมพ์ ต้าจี้หยวนสือเป้า รวมอยู่ด้วย และยังได้ออกคำสั่งห้ามสมาชิกติดต่อกับบุคคลสองคน ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อสมาชิกเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีสื่อมวลชนอีกหลายราย ประกอบด้วย นางหวู เซี่ย เอ๋อ บรรณาธิการข่าว และนายหยู กัง ,นายซ่ง ปี้ หลง ช่างภาพ และนางหวัง หยุ่น หยี ,นายบิล คอส (Mr.Bill Cox) สองสามีภรรยา รอทำข่าวรวม 6 คน โดยแบ่งหน้าที่ชัดเจน มีทั้ง บก. นักข่าว และช่างภาพ มาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณสถานที่เล็กๆ ย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ตำรวจฮ่องกงได้สืบสวนผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งคือนางจู ฉิง เชียน อายุ 20 ปี ซึ่งเธอเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณที่เกิดเหตุตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึงช่วงเวลาที่คนร้ายก่อเหตุแทงตำรวจ เวลา 22.10 น. ซึ่งนางจู ฉิง เชียน มีประวัติความทางการเมืองที่รุนแรง เป็นแกนนำในการเรียกร้องแบ่งแยกฮ่องกงออกจากจีน

สาวกฝาหลุนกงผวา! ชิงหลบหนีจากฮ่องกงซุกสหรัฐฯ

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ตั้งแต่ฮ่องกงประกาศกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ส่งผลให้ผู้บริหารระดับสูง และสมาชิกฝ่าหลุนกง วิตกกังวลเป็นอย่างมาก และตัดสินใจหลบหนีจากฮ่องกงไปเป็นจำนวนมาก ดังนี้

7 ก.ค. นางเหลียง เจิน ประธานสมาคมฝ่าหลุนกงแห่งฮ่องกง บก.ข่าวต้าจี้หยวนสือเป้า ซึ่งต้องจัดรายการเจินเหยียนเจินหยู่ ผ่านยูทูป ได้วิดีโอคอลเข้ารายการแทน เช่นเดียวกับนางโก จุน เจ้าของหนังสือพิมพ์ต้าสื่อเหยียนสือเป้า ก็ได้หลบหนีจากฮ่องกงเช่นกัน โดยมีผู้บริหารบางคนในสำนักพิมพ์ดังกล่าวรับรู้เท่านั้น และเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา นายเลี่ยว เสี่ยว เฉียง สามีนางโก จุน ก็ได้หลบจากเกาะฮ่องกงกลับไปยังสหรัฐอเมริกา และนางหลิว ฮุ้ย ชิง รองประธานสมาคมฝ่าหลุนกงได้หลบหนีไปยังซานฟานซิสโก สหรัฐฯ โดยเมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายหลิวเชาฉี สังกัดสถานีวิทยุเสียงแห่งความหวังของฮ่องกง ก็หลบหนีไปสหรัฐฯ เช่นกัน คำถามคือเหตุใดสมาชิกฝ่าหลุนกงจึงต้องหลบหนี หรือว่ามีเหตุเกี่ยวพันใดกับการถ่ายทำคลิป หรือการก่อเหตุมือมีดหรือไม่ อย่างไร???

จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเหตุครั้งนี้ นางเหลียง เจิน มีการวางแผนหลบหนีมาล่วงหน้าแล้ว โดยพบว่าเดือน ก.พ.2021 ร้านหนังสือเทียนที หรือบันไดฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจของฝ่าหลุนกง เปิดดำเนินการมาได้เพียง 8 เดือน มีนางเหลียง เจิน เป็นกรรมการบริหารร้านหนังสือแห่งนี้ ลาออกจากตำแหน่งกรรมการดังกล่าว หลังจากนั้นนางเหลียง เจิน ก็ไม่รับตำแหน่งใดๆ ในธุรกิจฝ่าหลุนกงอีกเลย แม้เธอเองจะเป็นประธานสมาคมฝ่าหลุนกงอยู่ก็ตาม 

บทสรุปของผู้บริหารและสมาชิกฝ่าหลุนกงในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่มีสมาชิกกระจายอยู่ในหลายประเทศ ทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ที่ส่งท่อน้ำเลี้ยงเคลื่อนไหวทางการเมืองจะเดินไปในทิศทางใดนับจากนี้ เพราะสาวกระดับสูงต่างหนีตายเอาตัวรอด ปล่อยให้บรรดาลิ่วล้อประลองยุทธกับกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่แห่งเกาะฮ่องกง เพียงลำพัง

ภาพสะท้อนใหญ่นี้น่าจะเป็นกระจกบานใหญ่เตือนสติบรรดาเด็กเยาวชนไทย “ม็อบ 3 นิ้ว” ที่ถูกผู้ใหญ่ใจอำมหิตใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ในขณะที่ตัวเองชุบมือเปิบรับเงินอุดหนุนจากองค์กรต่างประเทศหรือไม่ อย่าได้เผาตัวเหมือนสาวกฝ่าหลุนกง เพราะพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธศาสนา อีกทั้งการบูลลี่ (Bully) นำทัวร์ไปลงอย่างไรเหตุผลกับผู้ที่มีความเห็นต่าง หรือการใช้อาวุธ เผาทำลายทรัพย์สินราชการ ย่อมไม่ใช่วิถีของนักประชาธิปไตย.