“นายกฯ แพทองธาร” เข้ากองทัพบกครั้งแรก ถกด่วน! “ผบ.เหล่าทัพ” สางปัญหายาเสพติด-คอลเซ็นเตอร์ โต้ปราบแก๊งคอลฯ “ฝั่งปอตเปต” ไม่เข้มข้น หลังถูกโยงสัมพันธ์ “ทักษิณ-ฮุนเซน” ยันกัมพูชาร่วมมือ 100% โยนกองทัพ 2 ประเทศ เคลียร์เหตุความตึงเครียด ชี้ยังไม่ได้คุย “ฮุน มาเนต” หลัง “รมว.กลาโหมกัมพูชา” ขอเลื่อนถก “จีบีซี” ออกไปก่อน ยื้อเคลียร์พิพาท “ตาเมือนธม” ด้าน “สื่อสายทหาร” ปูด! เขมรกำลังเล่นเกม ปลุกปั่นทหารประชิดชายแดนไทย
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ปชด.) เพื่อติดตามการปราบปรามยาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะประธานกรรมการ ปชด. ,พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ, พล.ร.อ.พิจิตต ศรีรุ่งเรือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมด้วย ได้แก่ พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าร่วม ทั้งนี้ ถือเป็นการเดินทางเข้ากองบัญชาการกองทัพบก เป็นครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพ การแก้ไขปัญหายาเสพติดขบวนการคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงปัญหาอื่นๆ ตามแนวชายแดน ว่า ได้มาติดตามการปฏิบัติงานเรื่องการปราบปรามยาเสพติดและขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทุกภาคส่วนได้มาหารือร่วมกันในวันนี้ ซึ่งยังคงย้ำถึงความร่วมมือของทุกฝ่าย และที่ผ่านมาได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้จำนวนมาก แต่ยอมรับว่าการผลิตยาเสพติดยังมีจำนวนมาก จึงต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงราคายาเสพติดสูงขึ้นและหายากขึ้น ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่สามารถทำให้ยาเสพติดลดลง สำหรับผู้ที่ติดยาเสพติด ก็จะได้รับการบำบัด เพื่อกลับคืนเข้าสู่สังคม
นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ได้มีการรายงานเรื่องการสกัดกั้นยาเสพติดทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งยาเสพติดบางประเภท เช่น ยาไอซ์ ยาเค จะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมกับยืนยันว่า ได้มีการทำงานกันอย่างบูรณาการ จึงมีความคืบหน้า และประสบความสำเร็จพอสมควร
ส่วนความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หลังพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ถูกหลอก จากเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา นายกฯ ยังระบุว่า ได้มีการพูดคุยกับพลเอกฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ และยืนยันว่ากัมพูชา ให้ความร่วมมือ 100%
ในขณะที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็สามารถประสานงาน ระหว่าง 2 ประเทศได้ตลอด นอกจากนี้ยังได้สอบถามไปยัง กสทช.ว่ายังมีปัญหาอะไรอีกหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการขอความร่วมมือกับภาคเอกชนด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง และยืนยันว่า การปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ดำเนินการได้มากแล้ว แต่ก็อยากให้หมดสิ้นไป ทั้งนี้ได้รับรายงานจากจเรตำรวจแห่งชาติ ยังมีรายย่อยอยู่ แต่รัฐบาลไทยก็อยากให้เรื่องนี้หมดสิ้นไป จึงต้องขอความร่วมมือกับเอกชน
เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าคนไทยถูกหลอกจากฝั่งปอยเปต แต่รัฐบาลใช้มาตรการเข้มข้น เฉพาะพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดตาก นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า “เข้มข้น” ซึ่งทางกัมพูชาก็พร้อมที่จะเข้มข้นกับเรา และในการทำงานไม่ได้มีการติดขัดปัญหาว่าทางกัมพูชาไม่ร่วมมือ และขณะนี้ก็ทราบต้นตอบปัญหามาเยอะแล้ว และกำลังทำให้จบ
เมื่อถามย้ำว่า แต่ความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาน้อยมาก เพราะมีคนไทยร่วมขบวนการหลายพันคน แต่ล่าสุดนำออกมาได้แค่ร้อยกว่าคน อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลกัมพูชาควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งมองว่าไม่น่าจะยุ่งยาก แต่กลับล่าช้ากว่าชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
นายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่ยุ่งยาก ยืนยันว่ากัมพูชาให้ความร่วมมือ โดยคนไทยกลุ่มแรกที่นำกลับมา ก็ถูกดำเนินคดี และยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดปัญหาอะไร ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ มีการประสานงานอยู่
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะหันไปหา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การเพิ่มเติมชี้แจงเพิ่มเติม โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ชี้แจงว่า ปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์ฝั่งกัมพูชา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนไปพูดคุยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในกระบวนการพูดคุย เพื่อจะขับเคลื่อนต่อไป


“ทางกัมพูชายืนยันว่า จะมีการระดมกวาดล้าง ซึ่งต้องรอดูช่วงเวลา เนื่องจากกัมพูชามีกฎหมายที่จะต้องออกหมายค้น ในการดำเนินการต่างๆ และยืนยันว่าในทางปฏิบัติอย่างไม่พบปัญหาอะไร”
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมากองทัพบกครั้งแรก ได้มีการหารือกับผู้บัญชาการทหารบกถึงความตึงเครียดชายแดนไทยกัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งกองทัพภาคที่ 2 หรือไม่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า วันนี้เรามาพูดคุยเรื่องขบวนการคอลเซ็นเตอร์กับยาเสพติด เรื่องที่สื่อมวลชนถาม กองทัพดูแลอยู่แล้ว
เมื่อถามต่อว่า ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้วหรือไม่ถึงประเด็นดังกล่าว น.ส.แพทองธาร ยอมรับว่า “ยังไม่ได้คุย” ให้เป็นหน้าที่ของกองทัพทั้ง 2 ประเทศ แต่ตัวนายกรัฐมนตรียังไม่ได้คุย
โดยในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีปฏิเสธการตอบคำถาม ถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงทำให้การแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าช่าหรือไม่ ก่อนนายกฯ จะถามกลับสื่อมวลชนว่า “จะเอาให้ได้เลยไหม”