‘ตรีนุช’ สั่ง สอศ. เร่งสางปม ‘อควาเรียมหอยสังข์’

รมว.ศธ.สั่ง สอศ.สรุปแนวทาง “อควาเรียมหอยสังข์” หลังถูกทิ้งร้างนาน 14 ปี ชี้ต้องให้พื้นที่มีส่วนร่วม แย้มอาจเปลี่ยนรูปแบบก่อสร้าง ก่อนชง ครม.พิจารณา

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียมหอยสังข์ ที่ถูกทิ้งร้างมานาน 14 ปี แม้จะใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 1.4 พันล้านบาท ว่า ที่ผ่านมานายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.​ได้จัดแนวทางขับเคลื่อนโครงการไว้ 6 แนวทางด้วยกัน คือ 1.ให้ดำเนินการสร้างอควาเรียมเหมือนเดิม 2.สร้างอควาเรียม แต่บูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงเข้าไปด้วย 3.จัดทำเป็นศูนย์ศึกษาพันธ์พืช และป่าชายเลน 4.จัดทำเป็นศูนย์อบรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 5.โอนให้จังหวัดมาดำเนินการ เพื่อจัดแสดงสินค้า แสดงศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ และ 6.จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า และการท่องเที่ยวทางน้ำโดยสร้างท่าเรือเข้าไปด้วย ซึ่งตนมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งคณะกรรมการพิจารณา 6 แนวทาง ว่าแนวทางไหน เป็นแนวทางที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้แนวทางที่ดีที่สุดแล้ว ก็ต้องนำแนวทางให้พื้นที่ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และภาคประชาชนร่วมพิจารณาว่าแนวทางที่ ศธ.เสนอนั้น ดีและเหมาะสมกับพื้นที่หรือไม่ เนื่องจาก ศธ.ต้องการให้พื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด เพราะต่อไปอควาเรียมจะเป็นทรัพยสินที่พื้นที่จะเข้ามาบริหารจัดการ ศธ.มีหน้าที่เสนอแนวทางและทางเลือกที่ดีที่สุดให้พื้นที่พิจารณา

ส่วนจะมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการหรือไม่ มองว่าเรื่องดังกล่าวต้องคุยกับหลายภาคส่วน นอกจากจะหารือกับพื้นที่แล้ว ต้องนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาด้วย เพราะอาจจะต้องเปลี่ยนหลักการและวัตถุประสงค์ในการจัดทำอควาเรียม อย่างไรก็ตาม ศธ.จะพยายามเร่งเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาแนวทางดำเนินการอควาเรียมฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทาง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา พิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ เท่ารับฟังประชาคมในพื้นที่ มีทั้งผู้ที่อยากให้จัดสร้างเป็นอควาเรียมตามเดิม และอยากให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้าง แต่ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากให้จัดสร้างให้แล้วเสร็จ ส่วนจะเป็นรูปแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการฯ