ฮีโร่สาวไทย! ‘น้องเทนนิส’ เตะสนั่น คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์

เทควันโดสาวไทย “เทนนิส พาณิภัค” สมราคาเบอร์ 1 โลก เตะเฉือนสาวกระทิงดุ ซิวทองเหรียญแรกให้คนไทยได้ปลื้มปริ่ม สร้างประวัติศาสตร์โอลิมปิก

การแข่งขันเทควันโด วันแรก ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม มีชิงชัย 2 เหรียญทอง ในรุ่น 58 กิโลกรัมชาย และ รุ่น 49 กิโลกรัมหญิง

“เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด้สาวไทย เบิกเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย ในมหกรรม “โอลิมปิกเกมส์ 2020” ที่ญี่ปุ่น และเป็นเหรียญทองประวัติศาสตร์ของทีมเทควันโด้ไทยด้วย

ศึกเทควันโด้ โอลิมปิก 2020 ที่สนาม มาคุฮาริ เมสเซ่ ประเทศญี่ปุ่น รอบชิงชนะเลิศรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง “พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” กลับขึ้นสังเวียนอีกครั้งเพื่อชิงเหรียญทอง โดยเผชิญหน้ากับ อาเดรียน่า เซเรโซ่ อิเกลเซียส จากสเปน

ยกแรก “อิเกลเซียส” มาดีกว่า เน้นเตะเข้าไปที่ลำตัวทำให้เป็นฝ่ายนำก่อน 4-2 ขณะที่ยกสอง “เทนนิส” หาจังหวะเตะเข้าหัวจนพลิกกลับมาเป็นฝ่ายนำ ก่อนประคองตัวจบยกสองไปที่ 9-6 แต้ม

ยกสุดท้ายระทึกขวัญเมื่อ อิเกลเซียส รัวเตะทีเดียวไล่มา 4 แต้ม ทว่าสุดท้ายแล้ว พาณิภัค อาศัยช่องโหว่เตะตัดลำตัวเข้าเป้า เก็บ 2 แต้มสุดท้ายในช่วงเวลา 5 วินาทีสุดท้าย ก่อนเฉือนชนะไปสุดมัน 11-10 แต้ม

ชัยชนะของ "น้องเทนนิส" ส่งให้จอมเตะสาววัย 23 ปี คว้าเหรียญทองแรกให้กับทัพนักกีฬาไทยหนนี้ และเป็นเหรียญทองโอลิมปิก เหรียญแรกในประวัติศาสตร์ทัพเทควันโด้ไทย

  
สำหรับเส้นทางเทควันโดสาวไทย ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง รอบ 16 คนสุดท้าย “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาความหวังสูงสุดของแฟนกีฬาชาวไทย เจ้าของแรงกิ้งอันดับ 1 ของโลก ประเดิมสนามด้วยการเอาชนะ “เอบิสฮาก แซมเบิร์ก” นักเทควันโดจากอิสราเอล ไปได้แบบขาดลอย 29-5 (แต้มนำห่างมากกว่า 20 คะแนน ไม่ต้องแข่งขันต่อยกที่ 3) ทำให้น้องเทนนิส ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย 

ส่วนรอบรองชนะเลิศ “เทนนิส พาณิภัค” เอาชนะ “มิยุ ยูเมดะ” นักเทควันโดจาก “เจ้าภาพ” ญี่ปุ่น ไปอย่างขาดลอย 34-12 ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

จากนั้นรอบชิงดำ “เทนนิส” เข้ามาพบกับ “อาเดรียนา เซเรโซ อิเกลเซียส” จอมเตะดาวรุ่งจากสเปน วัย 17 ปี

เกมการแข่งขันตลอดสามยก ทั้งคู่สู้กันอย่างสนุก ก่อนที่จะเป็นสาวไทย ที่อาศัยจังหวะดักเตะได้เด็ดขาดกว่า เฉือนเอาชนะไปได้ 11-10 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ หลังจากเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทำได้แค่เหรียญทองแดง

ส่วนเหรียญทองแดงตกเป็นของ “เอบิสฮาก แซมเบิร์ก” (อิสราเอล) และ “ทียานา บ็อกดาโนวิช” (เซอร์เบีย)